จับคนร้ายงัดกระจกรถ ฉกทรัพย์กว่า 30 คน

ตำรวจ สน.พหลโยธิน จับผู้ต้องหางัดกระจกรถลักทรัพย์สิน ตรวจสอบพบมีประวัติโชกโชน เพิ่งพ้นโทษได้ไม่นานก็ก่อเหตุซ้ำอีก อ้างนำทรัพย์สินที่ได้ไปรักษาตัวจากอาการวัณโรค ลงสนามข่าวเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแถลงผลการจับกุมตัว นายสิริชัย นุชเปลี่ยน ซึ่งเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุงัดกระจกรถยนต์ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายตำรวจรายหนึ่งที่จอดรถไว้ในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน แล้วลักทรัพย์สินในรถ ก่อนจะหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.เศษ วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา หลังก่อเหตุตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบเบาะแส และตามไปจับกุมตัวได้

จากการสอบปากคำ นายสิริชัย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยจะเลือกก่อเหตุในลานจอดรถยนต์สาธารณะ และตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ส่วนใหญ่ในช่วงกลางวัน โดยจะเลือกรถที่จอดไว้ในจุดลับตาผู้คน จุดมุมอับของกล้องวงจรปิด เมื่อสบโอกาสก็จะส่องดูภายในรถ หากพบทรัพย์สินที่เก็บไว้ไม่มิดชิดก็จะลงมือก่อเหตุ

ที่ผ่านมาก่อเหตุมาทั้งก่อนและหลังต้องโทษในเรื่องจำ รวมแล้วกว่า 30 ครั้ง อาทิ ห้างเอสพลานาด รัตนาธิเบศร์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี, ห้างโบ๊เบ๊ เซียร์รังสิต, ห้างฟอร์จูน สุขุมวิท, ห้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า และห้างเมเจอร์รัชโยธิน ทั้งหมด นายสิริชัย อ้างว่า ก่อนต้องโทษทำไปเพราะต้องการนำเงินไปเที่ยวเตร่ แต่หลังจากต้องโทษก็ติดวัณโรคมาจากในเรือนจำ จึงต้องหาเงินไปรักษาตัว

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติของ นายสิริชัย พบว่ามีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างที่จังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2551, ก่อเหตุบุกรุกที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2552 และก่อเหตุลักทรัพย์ 2 คดี ในพื้นที่ สน.ประเวศ และ สน.ห้วยขวาง ปี 2555 และยังมีหมายจับคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ นายสิริชัย เพิ่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา แต่ก็มาก่อเหตุซ้ำอีก

ตำรวจเตือนให้ระวังอย่าชะล่าใจ วางทรัพย์สินล่อตาล่อใจมิจฉาชีพไว้ในรถ ทางที่ดีควรเก็บของไว้ที่กระโปรงท้าย นำทรัพย์สินเหล่านั้นพกติดตัวไปด้วย หรือเก็บไว้ที่บ้าน ไม่เช่นนั้นก็อาจเคราะห์ร้ายไปเตะตาคนร้ายได้

ขอบคุณข้อมูล จาก ch7