จีนประณาม “ต่างชาติ” หนุนม็อบฮ่องกงต้านกฎหมายเนรเทศ

รัฐบาลปักกิ่งยืนยันความสนับสนุนให้ฮ่องกงผ่านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ต้องหาคดีอาญาอุกฉกรรจ์ และประณาม “การแทรกแซงจากภายนอก” ที่สนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่านายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับการเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ของชาวฮ่องกง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงพลังต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้กระทำความผิดในคดีอาญาอุกฉกรรจ์ แม้เป็นชาวต่างชาติก็ตาม ให้ไปเข้ารับการไต่สวนและรับโทษตามกระบวนการตามกฎหมายของประเทศหรือดินแดน ที่แม้ไม่ได้ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงจีน ว่ากิจกรรมดังกล่าว “ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมใด” มาถึงแผ่นดินใหญ่ ซึ่งมีจุดยืน “อย่างหนักแน่น” สนับสนุนคณะผู้บริหารฮ่องกงในการผ่านร่างกฎหมายภายในเดือนก.ค. นี้ แม้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดการชุมนุมครั้งใหญ่อีกในวันพุธที่ 12 มิ.ย. นี้ ซึ่งเป็นวันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( เล็กโค ) มีกำหนดอภิปรายครั้งใหม่ต่อร่างกฎหมายก็ตาม

ขณะเดียวกัน นายเกิ่งประณาม “การแทรกแซงจากภายนอก” ต่อกิจการของฝ่ายนิติบัญญัติในฮ่องกง โดยกล่าวว่ามีบางประเทศกำลังแสดงทรรศนะและท่าที “ไม่เหมาะสม” ต่อสถานการณ์ครั้งนี้ ที่ในเวลาเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ว่ามี “ความวิตกกังวล” ต่อบรรยากาศตึงเครียดทางการเมืองในฮ่องกง ด้านเดอะ โกลบอล ไทม์ส หนึ่งในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รายงานการที่นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ และนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ พบหารือกับแกนนำของฝ่ายค้านฮ่องกงหรือฝ่ายต่อต้านแผ่นดินใหญ่ ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงการพบกับนายมาร์ติน ลี นักการเมืองอาวุโสชาวฮ่องกง วัย 80 ปี ผู้ก่อตั้งและประธานคนปัจจุบันของพรรคสหรัฐประชาธิปไตยฮ่องกง ( ยูดีเอชเค )

ทั้งนี้ สหรัฐออกกฎหมายรับรองสถานะ “1 ประเทศ 2 ระบบ” ของฮ่องกง เมื่อปี 2545 หรือ 5 ปีหลังสหราชอาณาจักรส่งมอบเกาะแห่งนี้กลับคืนให้แก่จีน แต่มีรายงานว่าหากร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ผ่านการอนุมัติของเล็กโค สภาคองเกรสของสหรัฐอาจทบทวนกฎหมายฉบับปี 2545 เช่นกัน ขณะที่นางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง แถลงเมื่อวันจันทร์ ยืนยันไม่ลาออกและเธอจะผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านการลงมติของสภา “ตามกำหนด” พร้อมทั้งย้ำว่า “ไม่มีคำสั่ง” จากรัฐบาลปักกิ่ง.